Home REVIEW รีวิว SQUARE SQ10 สวย พกพาง่าย ภาพใหญ่ และเลือกภาพที่จะปริ้นได้

รีวิว SQUARE SQ10 สวย พกพาง่าย ภาพใหญ่ และเลือกภาพที่จะปริ้นได้

1 min read
0
0
1,757
SQUARE SQ 10

SQUARE SQ10 เป็นกล้อง Instant Camera ตัวใหม่ล่าสุดที่ฟูจิวางจำหน่าย จริงๆแล้วมันวางจำหน่ายมาได้สักพักละแต่ผมเพิ่งได้มาใช้งาน สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 9,990 บาท

SQUARE SQ 10 เป็นกล้องที่น่าสนใจ

SQUARE SQ10

กล้อง SQUARE SQ10 ของฟูจิมีจุดเด่นหลักๆอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือมันเป็นลูกผสมระหว่างกล้อง Instant Camera + กล้อง Digital ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือเราเลือกได้ว่าจะถ่ายแล้วปริ้นภาพออกมาทันทีหรือจะเก็บภาพไว้เลือกปริ้นทีหลัง ส่วนจุดเด่นข้อที่สองก็คือขนาดของภาพมันเป็นสี่เหลี่ยม

ราคาค่าตัวที่เราจ่ายไป 9,900 บาท เราจะได้ กล้อง , แบตเตอรี่ , เม็มแบบไมโครเอสดี 16 GB , สายคล้องมือ , คู่มือ สาย Usb และฟิลม์ เอาเป็นว่าทั้งกล่องและอุปกรณ์ทีแถมมาดูดีและพร้อมใช้ได้เลย

SQUARE SQ10 จะว่าไปเป็นกล้องที่สวยและก็พกพาได้ง่ายนะ เปรียบเทียบกับเจ้า Leica Sofort ผมว่าขนาดไม่แตกต่างกันเท่าใหร่เลย

กล้อง SQ10 ใช้ CMOS Sensor ขนาด 1/4 นิ้ว ทำให้ถ่ายภาพออกมาที่ 1920 x 1920 พิกเซล (แบบ JPEG เท่านั้น) ในกล้องมีพื้นที่เก็บภาพได้ 50 ภาพ สามารถเพิ่มได้ผ่านการใส่ MicroSD ส่วนแบตเตอรีนั้นสามารถถ่ายรูปได้ 160 รูปในการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (ผ่านพอร์ต MircoUSB) แบตเตอรีใช้แบบ Lithium-ion เหมือนกับวงการมือถือ

ตัวกล้องใช้เลนส์ 28.5 มมแบบฟิกซ์ (เทียบเท่า 35 มม) มีรูรับแสง f/2.4 ส่วนด้านหลังนั้นเป็นจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว มีความละเอียดเพียง 460K เท่านั้น ใต้กล้องสามารถใส่ขาตั้งได้

พูดไปแล้วอาจจะมองภาพไม่ออกงั้นเราไปดูตัวเครื่องกันสักหน่อยว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

รายละเอียดข้อมูลตัวเครื่อง 

  • Sensor CMOS ขนาด 1/4 นิ้ว ความละเอียด 3.7 Megapixels
  • ทางยาวโฟกัส 28.5 mm.
  • ค่ารูรับแสง F 2.4
  • ระยะโฟกัส 10 cm. ถึงระยะอนันต์
  • ค่า ISO 100 – 1600
  • ค่าความไวชัตเตอร์ 1/2 – 1/29500
  • เลือกเปลี่ยน Filter  10 Filter
  • ใส่ฟิลม์แบบ SQUARE ได้ 10 ภาพ
  • หน่วยความจำในเครื่องเก็บไฟล์ภาพได้สูงสุด 50 ภาพ
  • รองรับการใช้งาน microSD / microSDHC

ปุ่มเปิดปิดจะอยู่ที่วงแหวนสีเงิน (ตรงที่มีปุ่ม Off/On) นั่นเอง ส่วนปุ่มกลมๆเล็กที่เราเห็นในภาพก็คือปุ่มชัตเตอร์ของกล้อง เราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ปุ่มฝั่งไหนเป็นปุ่มชัตเตอร์ตามความถนัดของแต่ละคน

ตัวกล้องมีแฟลชมาให้ แน่นอนกล้องระดับนี้ถ้าตัดส่วนนี้ออกไปมันก็คงจะไม่ใช่ สำหรับแฟลชเราสามารถตั้งค่าได้ทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน

  • Auto Flash
  • Forced Flash
  • Suppressed Flash
  • Slow Synchro
  • Red Eye & Slow

ใครอยากจะปรับรายละเอียดส่วนนี้ก็กดปุ่มเมนูด้านหลังเครื่องแล้วก็เลือกได้เลย

ด้านหลังเครืองจะเป็นส่วนการควบคุมการใช้งานและหน้าจอ LCD แสดงผล ที่สำคัญตัวกล้องจะไม่มีช่องมองภาพดังนั้นเวลาถ่ายภาพเราจะใช้งานผ่านหน้าจอ LCD เป็นหลักทั้งหมด ตรงปุ่มควบคุมการใช้งานเราจะกดตรง Menu/Ok แทนการเลือกเข้าสู่เมนูการตั้งค่าและแทนคำสั่ง Ok ตรงวงแหวนข้างๆสามารถหมุนเพื่อใช้งานได้เช่นเดียวกัน

หากมองที่แถบวงกลมนอกสุดจะมีไอค่อนแทนคำสั่งบอกเอาไว้ตรงนี้เราสามารถเลือกใช้งานได้ เช่น ปรับฟิลเตอร์ , ปรับแสง , ทำขอบดำ , เลือกดูภาพที่ถ่ายเก็บไว้ และสั่งปริ้นภาพ

ตัวอย่างฟิลเตอร์ทั้ง 10 แบบที่มีให้เราได้เลือกใช้

เราสามารถปรับค่าความสว่างของภาพและขอบดำ (Vignette) ได้ตามใจชอบ

 

ด้านบนสุดของตัวเครื่องจะเป็นช่องเอาไว้ปริ้นฟิลม์ออกมา ตอนซื้อกล้องในกล่องจะมีแถมฟิลม์มาให้แล้ว หากใครจะซื้อเพิ่มจะตกอยู่ที่กล่องละ 350 บาท เวลาเริ่มใส่ตัวฟิลม์ให้เราเลื่อนแถบที่ล้อกไปด้านข้าง

เปิดออกมาก็หน้าตาแบบในภาพ เราก็นำฟิลม์มาใส่ลงไปได้เลย

เวลาใส่สังเกตุจุดที่เป็นแถบสีเหลืองจะต้องตรงกัน ถ้าตรงกันแสดงว่าเราใส่ได้ถูกต้องและหลังปิดฝาก็จะพร้อมใช้งานได้ทันที หลังใส่ฟิลม์ลงไปครั้งแรกจะมีดันแผ่นโพรเทคฟิลม์ออกมาให้เองนะครับ ใบนั้นก็ทิ้งไปได้เลย

หน้าตาก็จะแบบในภาพ และไม่ต้องตกใจว่ากดไปโดนปุ่มอะไรมันถึงออกมา ให้ทิ้งได้เลย

กล้องรุ่นนี้รองรับการใช้งานกับขาตั้งกล้อง แน่นอนบางครั้งการถ่ายภาพหากใช้ขาตั้งกล้องจะทำให้ภาพออกมาดีกว่า

ด้านซ้ายมือจะเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ โดยแบตที่ใช้จะเป็นแบบ Lithium-ion หากเราชาร์ตจนเต็มสามารถถ่ายได้สูงสุด 160 ภาพ ก็ถือว่าเยอะอยู่เหมือนกัน / แต่ถ้าถามว่าถ่ายถึงแบบที่เคลมรึเปล่า ตรงนี้คงยังตอบไม่ได้นะครับเพราะผมเองยังไม่ได้ออกเอาไปถ่ายทริปยาวๆแบบนั้นเลย

ด้านขวาของตัวเครื่องจะเป็นที่ใส่ Micro SD และ ช่องเสียบสาย Usb เพื่อชาร์จแบต

ใครที่อยากจะใส่สายคล้องกล้อง ก็สามารถทำได้และในเครื่องที่ซื้อมาก็มีแถมคล้องมือมาให้ด้วย ก็ดีตรงที่เราไม่ต้องไปซื้อเพิ่มนี่แหละ

ย้อนกลับมาที่ปุ่มด้านข้างของตัวเครื่องอีกนิด จากภาพเราจะเห็นว่ามีเมนู Auto และ Manual ให้เราเลือก หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันแตกต่างกันตรงไหนใช่มั้ย คำตอบง่ายมาก หากเราเลือก Auto เวลาถ่ายภาพ ฟิลม์ก็จะถูกปริ้นออกมาทันที อารมณ์ก็คล้ายกล้อง Instant ทั่วไป แต่ถ้าเราเลือกแบบ Manual ภาพที่ถ่ายจะยังไม่ถูกปริ้น ก็คือกดถ่ายได้เรื่อยๆ เราค่อยมาสั่งปริ้นทีหลัง (ลูกเล่นนี้ถูกใจหลายคนแน่นอนเพราะประหยัด)

ไม่ว่าเราจะเลือแบบ Auto หรือ Manual ก็สามารถตั้งค่าเวลาถ่ายภาพได้เหมือนกัน และที่สำคัญภาพที่เราถ่ายเก็บไว้ในเครื่องก่อนสั่งปริ้นเราสามารถแก้ไขภาพได้ด้วยนะ โดยไม่ต้องยึดติดว่าตอนถ่ายก่อนหน้านี้ตั้งค่าไว้แบบไหน

สำหรับโหมดการถ่ายภาพของ SQUARE SQ10 จะมีให้เลือก 3 โหมดด้วยกันก็คือ Standard , Bulb Mode และ Double Exposure ตั้งเวลาถ่ายภาพได้สูงสุด 10 วินาที และถ่ายแบบมาโครได้ใกล้สุดที่ระยะ 10 Cm

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง

สำหรับพื้นที่ของภาพเองจะมีขนาดอยู่ที่ 62mm x 62mm (อัตราส่วน 1:1) ส่วนฟิลม์ในรูปแบบปัจจุบันของ Fuji ในส่วนที่เป็นภาพจะมีขนาดอยู่ที่ 46 mm x 62 mm / แต่ถ้ามองดูที่ขนาดของตัวฟิลม์สำหรับ Fuji Instax square films มีขนาด 85.6 mm x 72 mm ส่วนขนาดของตัวฟิลม์แบบปัจจุบันจะอยู่ที่ 54 mm × 86 mm

สรุป  : ไม่มีตรงไหนบอกว่ามันไม่น่าสนใจเลย ลูกเล่นถูกใส่มาครบตามแบบฉบับของฟูจิ วัสดุ ขนาดที่ทำออกมาได้ดี และเรายังเรียกมันว่า Instant Camera ได้เต็มปาก / ใครอยากได้กล้อง Instant Camera ตัวใหม่ควรจะใส่รุ่นนี้ลงไปในลิสต์ควรซื้อด้วย

Load More Related Articles
Load More By LemonGadget
Load More In REVIEW

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ขั้นตอนการ Copy ไฟล์บน USB ลงบนเครื่อง Synology Nas

Synology Nas ของหลายคนอาจจะมีช่องเสียบ USB 3.0 port ให้ได้ใช้งานกัน อย่างเครื่องผมเองเป็น …