Home Scoop สั่งให้ Nas เชื่อมต่อผ่าน Dropbox เพื่อดึงไฟล์ที่มีการอัพเดตแทนเรา

สั่งให้ Nas เชื่อมต่อผ่าน Dropbox เพื่อดึงไฟล์ที่มีการอัพเดตแทนเรา

1 min read
0
0
268

เพราะผมปกติแล้วจะต้องทำงานผ่าน Dropbox และปกติก็เปิด Dropbox ทุกวันเพื่อจะดึงไฟล์งานต่างๆมาเก็บไว้เพื่อใช้งาน แต่ตอนนี้เรามี Synology Nas แล้วนี่นา ก็สั่งให้ Nas เชื่อมต่อผ่าน Dropbox เพื่อดึงไฟล์ที่มีการอัพเดตแทนเราซะก็สิ้นเรื่อง 

เอาเข้าจริงๆแล้วการมี Nas มันมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย ใจจริงจะซื้อมาเพื่อทำคลาวด์ส่วนตัวเพื่อเก็บข้อมูลเท่านั้น หนึ่งในสาเหตุก็คือมือถือของพ่อและแม่ เม็มมักจะแจ้งเตือนเต็มอยู่บ่อยๆ(ภาพทั้งนั้น แต่ตอนนี้โยนทุกอย่างมาไว้บน Nas หมดแล้ว และให้เค้าเปิดดูผ่าน แอพ DS Photo) บวกกับการมองหาที่เก็บข้อมูลใหม่ ผลสุดท้ายคำตอบก็เลยออกมาเป็นเจ้า Nas นี่แหละ

Cloud Sync

บน Synology Nas จะมีแอพตัวนึงที่ชื่อว่า Cloud Sync ซึ่งหน้าที่หลักของแอพตัวนี้ก็คือจะทำการเชื่อมต่อ Nas ของเราเข้ากับ คลาวด์ เซอร์วิส ต่างๆ

ซึ่งเจ้าคลาวด​์ เซอร์วิสที่รองรับการใช้งานมีให้เลือกมากกว่า 22 แบบด้วยกัน เอาอย่างที่หลายๆคนคุ้นเคยก็เช่น Dropbox , Google Drive หรือ Amazon Drive อย่างผมเองมักจะใช้ Dropbox ในการฝากไฟล์งานจากทีมงานอื่นๆในทีม ด้วยการแชร์โฟลเดอร์การทำงานกันภายในทีม ทีมทำงานเสร็จก็จะมาโยนใส่ไว้ ส่วนผมเองก็ดาวโหลดเพื่อมาตรวจสอบและใช้งานในตัวงานนั้นๆ

และแน่นอนถ้าเรามี Nas แล้วการสั่งให้ Nas คอยอัพเดตงานแทนเรามันก็คงจะดีมากกว่า การที่เราจะต้องไปเปิดเข้า Dropbox เพื่อเซฟงานลงเครื่องคอมพิวเตอร์ และอัพโหลดขึ้น Nas เพื่อเก็บอีกครั้งนึงให้มันเสียเวลาทำใม

จริงๆแล้วการใช้งาน Cloud Sync มีประโยชน์สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพอยู่ไม่น้อยนะ เช่น เวลาไปเที่ยวแล้วเพื่อนเราเป็นคนถ่ายภาพ และมักจะอัพรูปขึ้นบน Dropbox ของเค้าเองให้เราเข้าไปดูแล้วกดเซฟ ถ้าเรามี Nas ก็สั่งให้ Nas นี่แหละเข้าไปดาวโหลดแทนเราหลังจากเพื่อนอัพเดตภาพ

ในเมื่อขั้นตอนมันดูง่ายแบบนี้ วิธีการใช้งานมันก็ง่ายเช่นกัน เริ่มต้นให้เราเปิดแอพ คลาวด์ ซิงค์ จากนั้นเลือกแอพที่เราต้องการจะทำการเชื่อมต่อเข้ากับ Nas ของเรา อย่างของผมก็เป็น Dropbox ก็กดเลือกไปแล้วกด Next

ขั้นตอนต่อไปจะมีให้เรากดยืนยันเพื่อให้มีการเข้าถึงข้อมูลของทั้งคู่ให้กด Allow

ขั้นตอนสุดท้าย เราจะต้องตั้งค่าอีกนิดหน่อยเพื่อความสะดวกในการใช้งาน สำหรับช่อง Local path ให้เรากดเข้าไปเลือกว่าเราจะวางไฟล์ไว้ที่ไหนบน Nas ของเรา ส่วน Remote path เราจะต้องเข้าไปเลือกว่าเราอยากได้โฟลเดอร์ไหนบ้างบน Dropbox ที่จะให้มีการเชื่อมต่อข้อมูล ถ้าอยากได้ทั้งหมดก็ให้เลือกที่ Root Folder

ในส่วนของ Sync direction ก็คือการเลือการอัพเดตว่าจะให้เป็นแบบไหนหลังจากเริ่มใช้งานแอพ คลาวด์ ซิงค์ เช่นให้ทั้งสองโฟลเดอร์ทั้งบน Nas และ Dropbox เหมือนกันทุกอย่าง หรือว่าจะเป็นการดูดข้อมูลลงมาบน Nas อย่างเดียว หรือแม้กระทั่งเลือกอัพเดตข้อมูลบน Nas ที่เราเลือกไว้ไปเก็บบน Dropbox เท่านั้น ตรงนี้ใครมีความต้องการแบบไหนก็เลือกไป

แค่นี้อะไรๆก้สะดวกไปหมดเห็นมั้ย ไม่ต้องเข้าทุกที่ให้เสียเวลา โอนการทำงานทุกอย่างมาไว้ที่ Nas ที่เดียวจบไปเลย งานก็ได้ แบ็คอัพก็ได้ไปด้วยในตัว

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By LemonGadget
Load More In Scoop

Check Also

เพาเวอร์บาย เปิดจอง iPhone XS , iPhone XS Max , iPhone XR เครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา

เพาเวอร์บายในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที มือถือ แก็ดเจ็ตและอุ…